ประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์

จุดเริ่มต้นแห่งความมุ่งมั่น สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการทั่วประเทศ

หน้าแรก เกี่ยวกับสมาคม ประวัติความเป็นมา

จุดเริ่มต้นของ "สพท."

สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย (สพท.) “พิทักษ์และส่งเสริมความเสมอภาคเพื่อพัฒนาคนพิการและสังคม”

เราคือองค์กรตัวแทนระดับชาติของคนพิการด้านการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย ที่รวมตัวกันขับเคลื่อนสังคมภายใต้แนวคิด "เราคือผู้เชี่ยวชาญในความบกพร่องในความพิการของเรา" (We’re expert on our disability) เพราะเสียงที่ทรงพลังเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจ เราจึงมุ่งมั่นทำหน้าที่รณรงค์ เรียกร้อง และพิทักษ์สิทธิ เพื่อให้คนพิการทุกคนได้รับโอกาสที่เท่าเทียมในฐานะสมาชิกของสังคมอย่างแท้จริง พร้อมทั้งมุ่งสร้างเจตคติเชิงสร้างสรรค์ และเสริมสร้างศักยภาพให้คนพิการสามารถยืนหยัดและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวของกลุ่มคนพิการทางด้านแขน ขา และลำตัว เมื่อปี พ.ศ. 2524 ด้วยเจตนารมณ์ร่วมกันในการช่วยเหลือเพื่อนคนพิการที่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ การศึกษา อาชีพ และการมีส่วนร่วมในสังคม ตลอดจนร่วมกันแก้ไขปัญหาทัศนคติที่ไม่ถูกต้องของสังคมที่มีต่อคนพิการในขณะนั้น

ต่อมา สมาคมฯ ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2525 โดยการนำของ อาจารย์ณรงค์ ปฏิบัติสรกิจ พร้อมด้วยคนพิการผู้ร่วมอุดมการณ์อีกกว่า 10 ท่าน นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญขององค์กรคนพิการที่ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ดำเนินการโดยคนพิการ เพื่อประโยชน์ของคนพิการอย่างแท้จริง”

สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย "สพท." (The Association of the Physically Handicapped of Thailand) "APHT" ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2525 และได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2526 นับเป็นการเริ่มต้นอย่างสมบูรณ์ขององค์การที่ดำเนินการโดยคนพิการ เพื่อประโยชน์ของคนพิการทั้งประเทศอย่างแท้จริง การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับคนพิการที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีอยู่ด้วยกัน 3 ระดับ หรือ 3 ลักษณะ คือ

1. ป้องกันความพิการ (Prevention) มีหน่วยงานรับผิดชอบเช่นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการศึกษาธิการ คณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ เป็นต้น

2. งานฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ (Rehabilitation) เมื่อไม่สามารถป้องกันความพิการได้ จำเป็นต้องให้การฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อให้คนพิการได้ใช้ความสามารถที่เหลืออยู่ได้อย่างเต็มศักยภาพ มักแบ่งออกเป็น 5 สาขา ได้แก่ การฟื้นฟูด้านการแพทย์ การฟื้นฟูด้านการศึกษา การฟื้นฟูด้านอาชีพ/การจ้างงาน การส่งเสริมการฟื้นฟูด้านกีฬา และการฟื้นฟูด้านสังคม ซึ่งในแต่ละด้านก็มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนดำเนินการอยู่แล้วเช่นกัน เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย สมาคม และมูลนิธิต่างๆ เป็นต้น

3. งานด้านโอกาสที่เท่าเทียมของคนพิการ (Equalization of Opportunities) จะเห็นได้ว่า งานใน 2 ลักษณะแรกมักมีหน่วยงาน ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการในด้านนั้น ๆ ทำอยู่ เป็นงานลักษณะของการช่วยเหลือ สงเคราะห์ (Welfare) แต่ไม่มีการเน้นเรื่องสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมของคนพิการในฐานะสมาชิกของสังคม จึงถือเป็นหน้าที่หลักของสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย ที่ต้องเรียกร้อง รณรงค์ กระทำทุกวิถีทางให้ได้มา

การที่คนพิการจะเรียกร้องสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมนั้น หากต่างคนต่างทำ เสียงร้องย่อมแผ่วเบา ไม่มีคนได้ยินหรือได้ยินแต่ไม่สนใจ จึงจำเป็นที่คนพิการต้องรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เป็นชมรม เป็นสมาคม ฯลฯ ที่เราเรียกว่า องค์กรของคนพิการ (Self- help organization of disabled persons) เพื่อให้เกิดเสียงที่ดังขึ้น มีพลังอำนาจที่ต่อรองเรียกว่ามากขึ้น และจะต้องได้มาซึ่งสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมในที่สุด

สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย นับเป็นองค์การของคนพิการด้านร่างกายหรือการเคลื่อนไหว ในระดับชาติที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในงานด้านที่ 3 ภายใต้แนวคิดที่ว่า เราคือผู้เชี่ยวชาญในความบกพร่องในความพิการของเรา (We’re expert on our disability) คนพิการด้านร่างกายหรือการเคลื่อนไหวที่มีปัญหาร่วมกันที่เด่นชัดคือความบกพร่องในการเดินทางเคลื่อนที่ (Mobility Impairment) จึงได้รวมตัวกันตั้งเป็นสมาคมแห่งนี้ขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2525 และดำเนินบทบาทมาจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งทราบกันแล้วว่าเป็นยุคที่สังคมยอมรับมีความเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ทั้งทางบวกและทางลบ แต่คนพิการ การรู้เท่าทันโลก ทันข้อมูลข่าวสาร จะทำให้เราอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างถูกเอารัดเอาเปรียบน้อยที่สุด แต่คนพิการเพื่อนเราส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด ชนบท ห่างไกลต่อข้อมูลข่าวสาร นับเป็นความท้าทายของสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทยอย่างยิ่ง ที่จะต่อสู้เพื่อโอกาสที่เท่าเทียมของคนพิการทั้งประเทศ มิใช่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะคนเมื่อใดที่โอกาสเปิดให้คนพิการทุกคนอย่างเท่าเทียม ทุกคนมีเวที มีโอกาสต่อสู้ จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของคนพิการที่ต้องฟิตซ้อม พัฒนาตัวเอง เพื่อยืนหยัดอยู่ในสังคมอย่างเท่าเทียม

ปรัชญา พิทักษ์และส่งเสริมความเสมอภาคเพื่อพัฒนาคนพิการและสังคม

วิสัยทัศน์ เป็นองค์กรตัวแทนของคนพิการด้านร่างกายหรือการเคลื่อนไหว ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิและความเท่าเทียมของคนพิการ พร้อมทั้งสร้างเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการ และสังคม

พันธกิจ

  • พันธกิจต่อคนพิการ - สนับสนุนให้คนพิการสามารถพึ่งตนเองได้

  • พันธกิจต่อองค์กรของคนพิการ - ส่งเสริมการรวมตัวของคนพิการ เพื่อนำไป สู่การจัดตั้งองค์กรรวมทั้ง ส่งเสริมความเข้มแข็ง และพัฒนาศักยภาพขององค์กร

  • พันธกิจต่อรัฐบาล - เสนอแนะให้รัฐบาลออกกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิของคนพิการ และ ยกเลิกกฎหมายที่จำกัดสิทธิของคนพิการ รวมทั้งผลักดันให้เกิด นโยบาย แผนงาน และกิจกรรมที่เอื้อประโยชน์ต่อคนพิการ

  • พันธกิจต่อสังคม - สร้างเจตคติต่อคนพิการ และความพิการเชิงสร้างสรรค์ สนับสนุนการ ดำเนินงานเกี่ยวกับคนพิการขององค์กรภาครัฐภาคธุรกิจ และเอกชน

วัตถุประสงค์

  1. พิทักษ์สิทธิและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการ รวมทั้งเป็นผู้แทน คนพิการในการติดตามการบังคับใช้ กฎหมายและการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  2. รณรงค์ เผยแพร่ และผลักดันให้ภาครัฐและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดให้มีกฎหมาย นโยบาย แผนงาน โครงการหรือกิจกรรมเพื่อการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ด้านการแพทย์ ด้านการศึกษา ด้านอาชีพ ด้านกีฬา และด้านสังคม

  3. ส่งเสริมการรวมกลุ่มของคนพิการ พัฒนาศักยภาพผู้นำคนพิการ รวมทั้ง เสริมสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรคนพิการ และเครือข่าย

  4. บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำปรึกษา แนะนำรวมทั้งส่งต่อคนพิการให้ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่น

  5. จัดกิจกรรมหรือดำเนินงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเพื่อการดำรงชีวิตอิสระและมีส่วนร่วมในสังคมรวมถึงการรับสัมปทาน รับจ้าง หรือ ประกอบการค้า โดยไม่มุ่งหวังผลกำไร

  6. สนับสนุน ร่วมมือ และประสานงาน กับบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานใดๆ ที่มีวัตถุประสงค์สอดคล้องกัน ทั้งในและต่างประเทศ

  7. ส่งเสริมและสนับสนุนการอาชีพการค้าสลากของคนพิการ รวมทั้งสลากการกุศลพิเศษอื่น ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ เอกชน และองค์กรสาธารณะกุศลส่งเสริมและพัฒนาอาชีพอื่นๆ ที่คนพิการสามารถทำได้

  8. เพื่อค้ำประกันเงินกู้ประกอบอาชีพของสมาชิก จากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตพิการ

สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย มีทำเนียบนายกสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทยจากอดีตจึงปัจจุบันดังนี้

  1. นายรณงค์ ปฏิบัติสรกิจ พ.ศ. 2525 – 2527

  2. นายวรพล ทาเรียงสม พ.ศ. 2527 – 2529

  3. นายจำเนียร ใคร่ครวญ พ.ศ. 2529 – 2531

  4. นายวิเชียร หัสถาดล พ.ศ. 2531 – 2533

  5. พันโท ต่อพงษ์ กุลครรชิต พ.ศ. 2533 – 2536

  6. นางสาวรัชนี พันธ์ใหม่ พ.ศ. 2537 – 2539

  7. พันโท ต่อพงษ์ กุลครรชิต พ.ศ. 2539 – 2541

  8. นายสุธิพงษ์ รัตโนสถ พ.ศ. 2541 – 2543

  9. นายศุภชีพ ดิษเทศ พ.ศ 2543 - 2545

  10. พันตรี ศิริชัย ทรัพย์ศิริ พ.ศ. 2545 – 2548

  11. นายศุภชีพ ดิษเทศ พ.ศ. 2548 – ปัจจุบัน

วัตถุประสงค์ของสมาคมฯ

พิทักษ์สิทธิและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการ รวมทั้งเป็นผู้แทนคนพิการ ในการติดตามการบังคับใช้ กฎหมายและการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รณรงค์ เผยแพร่ และผลักดันให้ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีกฎหมาย นโยบาย แผนงาน โครงการหรือกิจกรรมเพื่อการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ด้านการแพทย์ การศึกษา อาชีพ กีฬา และสังคม
ส่งเสริมการรวมกลุ่มของคนพิการ พัฒนาศักยภาพผู้นำคนพิการ รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็ง ให้องค์กรคนพิการ และเครือข่าย
บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำปรึกษาแนะนำรวมทั้งส่งต่อคนพิการ ให้ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่น
จัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อการดำรงชีวิตอิสระและมีส่วนร่วมในสังคม รวมถึงการรับสัมปทาน รับจ้าง หรือประกอบการค้า โดยไม่มุ่งหวังผลกำไร
สนับสนุน ร่วมมือ และประสานงานกับบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานใดๆ ที่มีวัตถุประสงค์สอดคล้องกัน ทั้งในและต่างประเทศ
ส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพการค้าสลากของคนพิการ รวมทั้งสลากการกุศลพิเศษอื่น ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ เอกชน และองค์กรสาธารณะกุศล ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพอื่นๆ ที่คนพิการสามารถทำได้
ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทยได้ทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการส่งเสริม คุ้มครอง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการทั่วประเทศ โดยผลักดันสิทธิคนพิการ ส่งเสริมการศึกษา การฝึกอาชีพ การมีงานทำ การเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ การพัฒนาศักยภาพผู้นำคนพิการ และการสร้างเครือข่ายองค์กรคนพิการในทุกภูมิภาคของประเทศ

กว่า 31 ปี แห่งการขับเคลื่อนและผลงานที่ภาคภูมิใจ

พ.ศ. 2534

ผ่าน พ.ร.บ. การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ

สมาคมฯ เรียกร้องและผลักดันให้สภานิติบัญญัติผ่านพระราชบัญญัติการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534 สำเร็จ
พ.ศ. 2536 – 2538

โครงการ "โรงงานไทยวีล" และรับมอบวีลแชร์

ร่วมมือกับมูลนิธิอาซาฮิซิมบุน ประเทศญี่ปุ่นและกรมประชาสงเคราะห์ จัดทำโครงการอบรมและตั้งโรงงานประกอบรถวีลแชร์ที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และเป็นผู้ประสานงานรับมอบรถวีลแชร์ใช้แล้วจากญี่ปุ่น จำนวน 300 คัน แจกจ่ายให้คนพิการไทย
พ.ศ. 2542

มหกรรมกีฬา FESPIC Games ครั้งที่ 7

ร่วมเป็นกรรมการและคณะทำงานในการจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการภาคพื้นเอเซียตะวันออกไกลและแปซิฟิคตอนใต้ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
พ.ศ. 2544 – 2548

การรณรงค์สิทธิและสิ่งอำนวยความสะดวก

ร่วมกับองค์กรเครือข่าย คัดค้านกฎหมายที่กีดกันคนพิการเข้าสมัครสอบราชการ/รัฐวิสาหกิจ (ปี 2544) และเดินรณรงค์เรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกหน้ารัฐสภาไปยังกระทรวงคมนาคม (29 พ.ย. 2548)
ความร่วมมือระหว่างประเทศ

เชื่อมสัมพันธ์เครือข่ายสากล

ต้อนรับแขกต่างประเทศมากมาย (Maldives, UK, Japan ฯลฯ) โดยเฉพาะเมื่อปี 2547 นายอุเอะอารา โยชิโน นายกสมาคมฯ โอกินาว่า และปี 2548 ศูนย์ AJU Center เมืองนาโกย่า ได้มาเยี่ยมเยียนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างแน่นแฟ้น

"จากตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้น สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นที่จะก้าวต่อไปเพื่อดำเนินงานส่งเสริมเรียกร้อง สิทธิและโอกาสของคนพิการ สร้างสรรค์ความร่วมมือกับทุกฝ่ายอันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่คนพิการและสังคมโดยรวม"